breaking news

การท่าเรือ เอาชนะ ราชบุรี ไปได้ 1-0 คว้าแชมป์ เอฟเอคัพ 2019 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่

November 2nd, 2019 | by Admin
การท่าเรือ เอาชนะ ราชบุรี ไปได้ 1-0 คว้าแชมป์ เอฟเอคัพ 2019 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่
Breaking news
0

ศึกฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ 2019 รอบชิงชนะเลิศ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี พบ การท่าเรือ เอฟซี ที่ บีจี สเตเดียม แข่งขันวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 เวลา 19.00 น.

เกมการแข่งขัน เริ่มต้น

นาที 7 ปกรณ์ เปิดบอลไปตรงกลางประตู ซัวเรซ โหม่งเช็ดไปเสาสอง บดินทร์ ได้จังหวะกระดกบอลข้ามตัว อุกฤษณ์ ไปแล้วบอลกำลังจะเข้าประตูแต่ ฟิลิป เตะบอลออกหลังไปได้จากเส้นประตู

นาที 10 จังหวะ ซัวเรซ กระชากบอลขึ้นมาถึงหน้ากรอบเขตโทษก่อนไหลออกข้างให้ ปกรณ์ จับก่อนหลอกจะเปิดแล้วยิงเต็มแรงด้วยขวาบอลพุ่งเข้ากรอบที่เสาแรกแต่ อุกฤษณ์ ก็ยังพุ่งปัดบอลออกไปได้

นาที 20 จังหวะเปิดเข้ากลางของ ปกรณ์ เข้ากลาง ซัวเรซ พุ่งเข้าฮอสแต่ไม่โดนบอลตัวไปสไลด์ชนกับ อุกฤษณ์ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยรับการปฐมพยาบาลแล้วเล่นต่อไปได้

นาที 25 จังหวะบอลหลุดขึ้นไปทางขวา ซัวเรซ เปิดบอลเข้ากลางให้ สุมัญญา แปบอลผ่านมือ อุกฤษณ์ เข้าไป แต่กรรมการผู้กำกับเส้นยกธงล้ำหน้าไปก่อน และได้ตรวจสอบจาก VAR แล้วยืนยันว่าล้ำหน้า

นาที 28 ปกรณ์ ปั่นฟรีคิกบริเวณหน้ากรอบเขตโทษกลางประตู บอลไม่ผ่านกำแพงของทางราชบุรี เด้งมาเข้าทาง สุมัญญา ยิงไกลซ้ำไปโดนกองหลังออกหลังไปอีก

นาที 35 บดินทร์ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษลองยิงไกลด้วยซ้ายบอลพุ่งไปตรงตัว อุกฤษณ์ รับบอลเอาไว้ได้

นาที 40 นิติพงษ์ เติมขึ้นไปเล่นบอลในกรอบเขตโทษก่อนจะเปิดบอลเข้ากลางแต่ก็ติด ยู จุน ซู เคลียร์บอลออกมาได้

นาที 42 ซัวเรซ ได้บอลริมกรอบเขตโทษด้านขวาก่อนเปิดเรียดเข้ากลางจะให้ บดินทร์ แต่ ยู จุน ซู ดักหน้าเตะบอลออกมาได้ก่อน

ทดเวลาการแข่งขัน ครึ่งแรก 2 นาที

นาที 45+1 จังหวะโต้กลับของราชบุรี ลองจิล ยิงอัดเข้ากลาง วรวุฒิ รับบอลแล้วหลุดออกมาเข้าทาง คาราบูเอ้ ยิงซ้ำเข้าประตูไปให้ราชบุรี แต่ ผู้ตัดสินขอดู VAR ตรวจสอบอีกครั้ง จากจังหวะฟาวล์ก่อนหน้านี้และไม่ให้ประตู

หมดเวลาการแข่งขัน ครึ่งแรก ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 0-0 การท่าเรือ เอฟซี

เริ่มการแข่งขัน ครึ่งหลัง

นาที 46 จังหวะ โก ซุล กิ เปิดบอลให้ ปกรณ์ ขึ้นไปทางขวา ตัดบอลเข้ากลางแล้วยิงด้วยซ้าย อุกฤษณ์ ก็ล้มตัวรับบอลเอาไว้ได้

GOAL นาที 48 โก ซุลกิ เปิดบอลไปข้างหน้าทะลุหลังราชบุรี ซัวเรซ จับบอลก่อนด้วยขวาแล้วแปบอลเข้าประตูไปให้เราขึ้นนำ – ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 0-1 การท่าเรือ เอฟซี

นาที 54 ธนบูรณ์ รับใบเหลือง จากจังหวะตัดฟาวล์กลางสนาม

นาที 57 บดินทร์ ได้บอลแล้วเลี้ยงตัดเข้ากลางยิงไกลด้วยขวาบอลเรียดเข้ากรอบ อุกฤษณ์ รับบอลไม่อยู่หลุดไปชนขาตัวเองออกหลัง

นาที 64 เปลี่ยนตัว MARTIN STEUBLE ลงเล่นแทน บดินทร์ ผาลา

นาที 64 จังหวะยิงไกลของ คาราบูเอ้ บอลพุ่งไปทางเสาสองตกลงพื้นก่อน แต่ วรวุฒิ ยังพุ่งปัดบอลออกหลังไปได้

นาที 68 ซัวเรซ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษก่อนหาจังหวะยิงไกลด้วยขวา บอลพุ่งโค้งเฉียดคานบนออกหลังไปนิดเดียว

นาที 73 ฟิลิป โรลเลอร์ ได้ยิงด้วยขวาหน้ากรอบเขตโทษ แต่ โรเชล่า ยังมายืนบังบอลเอาไว้ได้ ทำให้บอลเด้งเบาๆไปเข้ามือ วรวุฒิ รับเอาไว้ได้

นาที 75 เปลี่ยนตัวคนที่ 2 ROLANDO BLACKBURN ลงเล่นแทน ซัวเรซ ที่เจ็บขาจากจังหวะโดนตัดเกม

นาที 78 จากจังหวะโต้กลับของเรา เควิน ได้บอลขึ้นไปแล้วโดน ปวีร์ ตัดฟาวล์ทำให้ได้ใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงออกจากสนามไป ราชบุรี เหลือ 10 คน

นาที 79 นิติพงษ์ เปิดบอลเข้ากลางให้ ปกรณ์ ขึ้นโหม่งได้แต่โดนบอลไม่ดีบอลลอยออกหลังไป

นาที 81 เปลี่ยนตัวคนสุดท้าย นูรูล ศรียานเก็ม ลงเล่นแทน เควิน ดีรมรัมย์

นาที 84 จังหวะหลุดขึ้นไปของ นูรูล ก่อนจะแตะบอลให้ แบล็คเบิร์น แต่โดนบอลไม่ดีบอลเลยหยุดตรงหน้า อุกฤษณ์ รับบอลเอาไว้ได้ พลาดโอกาสได้ประตูไปอย่างน่าเสียดาย

นาที 87 ปฐมชัย ยิงด้วยขวาบอลไซร้เรียดเข้ากรอบไปทางเสาสองดีที่ วรวุฒิ ยังพุ่งล้มรับบอลเอาไว้ได้

นาที 90 สุมัญญา ได้บอลเลี้ยงหลบกองหลังเข้าไปได้แล้วยิงเรียดด้วยขวาบอลพุ่งผ่านหน้าประตูออกหลังไป

ทดเวลาการแข่งขัน 4 นาที

นาที่ 90+1 แบล็คเบิร์น ได้บอลหน้าประตูลองยิงไกลด้วยขวาบอลก็ตรงตัว อุกฤษณ์ รับเอาไว้ได้

นาที 90+4 กรรมการขอดู VAR จังหวะฟาวล์ของ ปกรณ์ แล้วให้ใบแดงต้องออกจากสนามไป เราเหลือ 10 คน

หมดเวลาการแข่งขัน ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 0-1 การท่าเรือ เอฟซี

คว้าแชมป์ เอฟเอคัพ 2019

 

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ราชบุรี มิตรผล เอฟซี : อุกฤษณ์ วงศ์มีมา(GK), ฟิลิป โรลเลอร์, ปวีร์ ตันฑะเตมีย์, เอกลักษณ์ ทองกริต, จิรวัฒน์ ทองแสงพราว(น.53 อลงกรณ์ ประทุมวงศ์), กฤษณนน ศรีสุวรรณ(น.88 ศิลา ศรีกำปัง), ยู จุง ซู, อามิน นาซารี(น.58 ปฐมชัย เสือสกุล), ลอสเซมี คาราบูเอ, สตีเวน ล็องจิล, ยานนิค โบลี

การท่าเรือ เอฟซี : วรวุฒิ ศรีสุภา(GK), นิติพงษ์ เสลานนท์, ดาบิด โรเชลา, เอเลียส ดอเลาะ, เควิน คีรมรัมย์(น.82 นูรูล ศรียานเก็ม), ธนบูรณ์ เกษารัตน์, โก ซุล กิ, บดินทร์ ผาลา(น.65 มาร์ติน สตูเบิล), สุมัญญา ปุริสาย, ปกรณ์ เปรมภักดิ์, เซร์คิโอ ซัวเรซ(น.77 โรลันโด แบล็คเบิร์น)

 

 

Comments are closed.