breaking news

สิงห์เจ้าท่า กวาด 3 รางวัลจาก ไทยลีก

May 27th, 2019 | by Admin
สิงห์เจ้าท่า กวาด 3 รางวัลจาก ไทยลีก
News
0

วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 เวลา 12.00 น. ณ ห้องประชุมชั้น 24 อาคารการกีฬาแห่งประเทศไทย บริษัท ไทยลีก จำกัด ร่วมกับ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดงานแถลงข่าว Meet the Warriors ก่อนเกมการแข่งขัน โตโยต้า ไทยลีก นัดที่ 13 ขึ้น

สำหรับงานในครั้งนี้ พล.ต.อ.ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ ได้เป็นผู้มอบเงินรางวัล 1 ล้านบาท จากโครงการ Thais Strike Back ให้แก่สโมสรการท่าเรือ เอฟซี ซึ่งส่ง จเด็จ มีลาภ หัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีม และ บดินทร์ ผาลา นักเตะของทีม เป็นตัวแทนรับรางวัล

สำหรับนโยบาย THAIS STRIKE BACK เป็นนโยบายของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในการช่วยยกระดับกองหน้าชาวไทย ให้พัฒนาตัวเองขึ้นมาทำประตูได้อย่างต่อเนื่อง โดยกฎเกณฑ์ ของทีมที่ได้เงินรางวัล จะต้องเป็นสโมสร ที่มีนักเตะชาวไทยทำประตูรวมกันมากที่สุด ในแต่ละรอบ โดยทั้งฤดูกาล จะแบ่งออกเป็น 6 รอบ รอบละ 5 นัด และใน 5 นัดดังกล่าวจะต้องมีจำนวนประตูรวมมากกว่า 8 ประตู หากมีทีมทำได้จะได้รับเงินรางวัล 500,000 บาท และหากยังไม่มีสโมสรไหนทำได้ตามเกณฑ์ เงินรางวัลจะถูกทบในรอบถัดไป

โดย พล.ต.อ.ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง กล่าวว่า “ปัญหาที่มีมาตลอดในวงการฟุตบอลเรา ทั้งในอดีต ปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่กังวลว่าจะเกิดอนาคตข้างหน้าด้วยว่า ทีมชาติไทยจะขาดแคลนนักเตะกองหน้า และเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ซึ่งเป็นสิ่งที่สมาคมฯ กังวลมาตลอด”

“จากการที่เรามีการประชุมกับทีมในไทยลีก 1 และ 2 ผมก็บอกผ่านตัวแทนสโมสรว่า เรากังวลว่าทีมชาติไทยจะไม่มีผู้เล่นกองหน้า และเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ดี เพราะทุกสโมสรนิยมใช้ผู้เล่นต่างชาติในตำแหน่งนี้ เพราะพวกเขามีความสามารถ และรูปร่างสูงใหญ่ แต่เราก็ไม่สามารถเข้าไปก้าวล่วงได้ แต่ในต่างประเทศ ก็มีการกำหนดให้ทีมแต่ละทีมต้องส่งกองหน้าของชาติตัวเองลงเล่นบ้างว่าต้องลงกี่เกม”

“เราเข้าใจว่าสโมสรเสียเงินหลายร้อยล้านในการทำทีม ถ้าเราเข้าไปก้าวล่วง ก็จะทำให้เสียความสนุกในการแข่งขันไป แต่สมาคมฯ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามคิดทุกวิธี คิดรูปแบบอะไรใหม่ๆ ขึ้นมา จนคิดว่า การที่เรามีเงินรางวัลให้สโมสร สำหรับทีมที่มีนักเตะไทยทำประตูได้เกิน 8 ลูก ในทุกๆ 5 เกม เราจะมอบเงินให้ 5 แสนบาท แต่ถ้ามีทีมทำได้มากกว่า 1 ทีม ก็จะหารเงินกัน ในช่วง 5 เกมแรก ไม่มีทีมใดที่มีนักเตะไทยทำประตูรวมกันได้ 8 ลูก เงินจึงมีการสะสม ทบมาในช่วงต่อมา จนการท่าเรือ เอฟซี กลายเป็นทีมแรก ที่มีนักเตะไทยทำประตูได้มากเกิน 8 ประตู ก็ต้องขอยินดีกับทีมการท่าเรือไว้ตรงนี้”

“ผมเชื่อว่าโครงการนี้จะกระตุ้นสโมสรให้เปิดโอกาสแก่นักเตะไทยมีโอกาสลงเล่น เพื่อให้ทีมมีโอกาสได้รับรางวัล และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้เกิดโครงการ Thais Strike Back ขึ้น ถ้าช่วงใดไม่มีใครทำประตูได้ถึง 8 ประตู เงินก็จะทบขึ้นไปเรื่อยๆ ผมเชื่อว่าสโมสรจะให้ความสำคัญกับนักเตะไทยมากขึ้น เพื่อให้เขาสร้างประสบการณ์การเป็นผู้ทำประตู ซึ่งต้องขอบคุณทุกสโมสร”

“สมาคมมีเป้าหมายที่จะพัฒนายกระดับ โดยเฉพาะนักฟุตบอล ภายใต้โครงการ Thais Strike back โครงการนี้จะพัฒนาฝีเท้านักเตะขึ้นไปอีกระดับ ผมหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกสโมสรที่เป็นสมาชิกสมาคมฯ ผมขออวยพรให้ทุกสโมสรมีโอกาสได้รับเงินก้อนนี้ เหมือนกับที่การท่าเรือได้รับครับ”

ส่วน มร. เบนจามิน ตัน ที่ปรึกษาและผู้อำนวยการฝ่ายออกใบอนุญาตสโมสร ได้กล่าวว่า “ผมขอแสดงความยินดีกับการท่าเรือ เอฟซี ที่ได้รับโบนัสจากโครงการ Thais Strike Back ด้วยการยิง 11 ประตู ในเกมนัดที่ 6-10”

“ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงของการนับสถิติรอบที่ 3 แล้ว ในช่วงเกมที่ 11-15 ซึ่งทีมที่นำก็คือราชบุรี มิตรผล เอฟซี และการท่าเรือ เอฟซี ที่ทำไป 2 ประตู”

นอกจากนี้ ในงานยังมีการมอบรางวัลยอดเยี่ยมประจำเดือนเมษายน ซึ่งรางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนตกเป็นของ สุขพร วงษ์เชียงคำ กองกลางของชัยนาท ฮอร์นบิล ในเกมพบกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ส่วนรางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมเป็นของ จเด็จ มีลาภ หัวหน้าผู้ฝึกสอนของการท่าเรือ เอฟซี และรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม เป็นของ บดินทร์ ผาลา ดาวเตะจากการท่าเรือ เอฟซี

 

รางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมเป็นของ จเด็จ มีลาภ

 

รางวัลนักเตะยอดเยี่ยม บดินทร์ ผาลา

 

ภาพ/ข้อมูล : ไทยลีก

 

Comments are closed.