breaking news

ชาญชัย ผลจำเริญ : จากความฝัน สู่ความเป็นจริง กับทัพ “สิงห์เจ้าท่า”

May 31st, 2020 | by Admin
ชาญชัย ผลจำเริญ : จากความฝัน สู่ความเป็นจริง กับทัพ “สิงห์เจ้าท่า”
News
0

ณ ปัจจุบัน การท่าเรือ เอฟ.ซี. คือสโมสรในไทยที่เก่าแก่ที่สุดในศึกไทยลีก 1 ที่ผ่านมามีนักเตะระดับหัวแถวของไทยจำนวนมากที่เข้ามาสร้างชื่อเสียงให้ทัพ “สิงห์เจ้าท่า” กลายเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจจวบจนวันนี้ จึงไม่แปลกที่แข้งดาวรุ่งอย่าง “อ๊อฟ” ชาญชัย ผลจำเริญ จะอยากเป็นแข้งท่าเรือฯ แต่กว่าเขาจะมาถึงวันนี้เขาต้องผ่านอุปสรรคมาไม่รู้เท่าไร

“ผมเป็นคนอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิครับ ที่บ้านเป็นเกษตรกร ชีวิตความเป็นอยู่ถือว่าพอมีพอกิน จริงๆ ที่ผมมาเล่นฟุตบอลได้ส่วนแรกเพราะ ‘พ่อชอบฟุตบอล’ จึงเริ่มเตะบอลตั้งแต่ 7 ขวบ”

“แต่โรงเรียนที่ผมศึกษาตอนประถมห่างจากตัวเมืองมากถึง 60 กิโลเมตร ทำให้ความเจริญอาจเข้าไม่ถึง ที่โรงเรียนไม่มีครูพละสอนฟุตบอล แต่โชคดีที่ยังมีน้านักการภารโรงคอยดูแล คอยสอน แม้อาจไม่ได้ตามศาสตร์ฟุตบอลมากนัก แต่ผมก็ได้ประโยชน์จากจุดนี้มากคือ ‘อิสระ’ ในการเล่นตามจินตนาการ’ ชาญชัยเผย

ช่วงนั้นประเทศไทยเริ่มมีอะคาเดมี่สอนฟุตบอลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่การที่ “อ๊อฟ” อยู่จังหวัดชัยภูมิในอำเภอที่ห่างจากตัวเมืองมากนั้นจึงไม่มีโรงเรียนสอนฟุตบอลอาชีพ และการที่เขาซ้อมกับนักการภารโรงอย่างเดียวโดยมีฝันเป็นนักฟุตบอลอาชีพคงไม่พอ…

“ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ผมจะนั่งดูการถ่ายทอดสดฟุตบอลให้มากที่สุดเพื่อนำสไตล์การเล่นของนักฟุตบอลในตำแหน่งเดียวกันที่เล่นได้ดีมาปรับใช้ ซึ่งแบ็กขวาสำหรับลีกอังกฤษผมจะดู เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ เพราะเขาบุกดี เกมรับก็ใช้ได้เป็นตัวอย่าง ส่วนลีกไทยจะดูหลายคนแต่ที่ชอบคงเป็น พี่นนท์ นิติพงษ์ เสลานนท์ เพราะความฟิต วินัย และสไตล์การเล่นถือว่าเป็นแบ็กจอมบุกซึ่งผมชอบสไตล์นี้มาก ส่วนแนวรับอีกคนที่ชอบคือพี่เอเลียส ดอเลาะ ปราการหลังที่มีความแข็งแกร่ง รูปร่างดี” ชาญชัย เผย

จากการซ้อมและศึกษาแนวทางการเล่นฟุตบอลอย่างหนัก… ทุกสิ่งจึงตกผลึกขณะเขาอายุ 12 ปี ในการแข่งขันกีฬาศูนย์ระดับตำบลของอำเภอหนองบัวแดง ที่มี 11 โรงเรียนในละแวกนั้นร่วมชิงชัย ซึ่ง “อ๊อฟ” ดันโชว์ฟอร์มโหดแบบสุดโต่ง จนได้โอกาสย้ายไปเป็นแข้งขาสั้นให้กับโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีซึ่งนับเป็นบันไดสานต่ออนาคตของอย่างก้าวกระโดดของเขาอีกไม่นานนับจากนั้น

แต่รู้หรือไม่ว่า “อ๊อฟ” ไม่ได้เล่นปราการหลังตัวกลาง หรือฟูลแบ็ก ตั้งแต่แรก เพราะเขาเริ่มเล่นในฐานะศูนย์หน้า… ทว่าด้วยความแข็งแกร่งและเติมเกมรุกที่ดีจึงถูกเปลี่ยนมาเล่นแบ็กขวา

ชาญชัย ให้สัมภาษณ์ว่า “การเปลี่ยนตำแหน่ง ณ ขณะนั้น ถือเป็นความท้าทายใหม่ที่ผมต้องเผชิญ ตอนแรกรู้สึกกังวลพอสมควรว่าจะเล่นได้หรือไม่ แต่สุดท้ายทำได้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของผมครั้งนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผมจะไม่ลืมไปตลอดชีวิต เพราะผมได้โอกาสลงสนามในทัวร์นาเมนท์สำคัญๆ ของแข้งขาสั้นมาแล้วทุกรายการ เช่น การแข่งขันฟุตบอลนักเรียนกรมพละศึกษา รุ่น 14 ปีเมื่อปี 2016 พาทีมคว้าอันดับ 3, ศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เมื่อปี 2016 พาทีมคว้าแชมป์”

และในปีเดียวกัน…ด้วยฝีเท้าที่แข็งแกร่งเกินวัยจนเป็นกำลังสำคัญของทีมมาโดยตลอด ทำให้ “อ๊อฟ” ชาญชัย ผลจำเริญ ในวัย 14 ปี ได้เล่นข้ามรุ่นในศึกคิง เพาเวอร์ คัพ ในรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี

“ผมกดดันครับ เพราะการเล่นกับรุ่นพี่ต้องปรับตัวพอสมควร เราจะเล่นตามสไตล์เราที่ทำได้เหมือนกับเพื่อนร่วมทีมในรุ่นเดียวกันไม่ได้ ต้องรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา รวมถึงเรียนรู้กับสไตล์การเล่นและเพื่อนร่วมทีมใหม่ทั้งสิ้น”

“แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้ผมผ่านจุดนั้นมาได้คือการเล่นฟุตบอลที่ไม่ได้อยู่ในกรอบตั้งแต่แรก ผมผ่านการฝึกฟุตบอลด้วยจินตนาการเป็นส่วนใหญ่ ลองผิดลองถูกมาเยอะ ไม่มีใครมากำกับให้เล่นแบบนั้นแบบนี้ตั้งแต่แรก ทำให้ผมชินกับการปรับตัวตลอดเวลา” อ๊อฟ เผยถึงชีวิตการค้าแข้งในวัย 14 ปี

ฟอร์มการเล่นอันโดดเด่นในตำแหน่งแบ็กขวา ที่คอยประกบติดตัวรุกริมเส้นฝั่งซ้ายของคู่แข่งให้เล่นยาก รวมถึงเติมเกมรุกได้เยี่ยมตลอดด้วยความดุดันตลอดทั้งทัวร์นาเมนท์ทำให้เขาติด 1 ใน 16 คน ในโครงการฟ็อก ฮันท์ 2

2 ปี ครึ่ง คือระยะเวลาที่ “อ๊อฟ” ได้เก็บประสบการณ์ในโลกลูกหนังสุดล้ำค่าจากโครงการฟ็อก ฮันท์ 2 ที่ทำให้เจ้าตัวได้อะไรมาเยอะ และด้วยความที่ ชาญชัย ค่อนข้างใส่ใจกับรายละเอียดเป็นพิเศษไม่ว่าจะเป็นเรื่องวินัย ความเป็นมืออาชีพ และโภชนาการในการกิน รู้หรือไม่อาหารแทบทุกมื้อของเขา จะมีการแบ่งสัดส่วนอาหารอย่างชัดเจน เช่น มื้อเช้าจะทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์ 40 เปอร์เซ็นต์ ทานคาร์โบไฮเดรต 30-40 เปอร์เซ็นต์ โดยทานผักควบคู่กันไป เพื่อให้ทุกมื้อได้สารอาหารครบ 5 หมู่ สิ่งที่นี้คือหนึ่งในความละเอียดที่มีนักฟุตบอลเยาวชนเพียงกลุ่มเล็กๆ ให้ความสนใจเท่านั้น

และรู้หรือไม่ความฝันของ “อ๊อฟ” ตั้งแต่เด็กคือการลงเล่นให้สโมสรการท่าเรือ เอฟ.ซี. เพราะเขามีไอดอลอย่าง นิติพงษ์ เสลานนท์ และ เอเลียส ดอเลาะ เป็นแบบอย่าง

“หลังจากผมกลับไทยเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ไม่ใช่ว่าจะได้โอกาสเซ็นเข้าร่วมทีมในไทยลีกเลยนะ ต้องไปคัด และเมื่อได้โอกาสไปคัดที่การท่าเรือฯ แน่นอนผมไปทันที และเมื่อท่าเรือฯ มอบสัญญาให้ ผมแทบไม่ลังเลที่จะเซ็นสัญญาซบสโมสรแห่งนี้ เพราะที่นี่คือ “ความฝัน” ในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพของผม”

“แม้ผมเพิ่งเข้ามาได้ไม่นาน แต่ทุกวันนี้พี่ๆ ดูแลดีมาก รู้หรือไม่จากเด็กน้อยที่ดูไอดอลอย่างพี่นนท์ (นิติพงษ์ เสลานนท์) พี่เอเลียส (เอเลียส ดอเลาะ) รวมถึงพี่ๆ ในทีมอย่างพี่บาส (ปกรณ์ เปรมภักดิ์) วันนี้ผมได้โอกาสมาซ้อมครอสบอลกับพี่นนท์ บ่อยๆ หลังซ้อม ได้โอกาสซ้อมเตะฟรีคิกกับพี่บาส รวมถึงซ้อมการประกบตัวผู้เล่นกับพี่เอเลียส อยู่ตลอด เวลาไปไหนมาไหนก็ยังมีพี่เค (ทศพล ลาเทศ) คอยช่วยเหลือจริงๆ พี่ๆ คนอื่นก็ดูแลดีแต่ผมคงบอกหมดไม่ไหว (ฮ่าๆ)”

นอกจากนี้ “อ๊อฟ” ยังกล่าวอีกว่า “ขอขอบคุณมาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสรฯ รวมถึงพี่ๆ สตาฟฟ์ทุกคน ที่ให้โอกาสผมมาร่วมทีมที่วาดฝันไว้ให้เป็นจริงตั้งแต่อายุ 18 ปี ผมจะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อตอบแทนความไว้ใจครั้งนี้ครับ”

อย่างไรก็ตาม แข้งเยาวชนการท่าเรือ เอฟ.ซี. ได้ให้กำลังใจแข้งรุ่นน้องทิ้งท้ายไว้ว่า “ทุกคนเลือกเกิดไม่ได้ ผมเองเกิดมาไม่ได้มีต้นทุนชีวิตที่ดี แต่เมื่อมีความฝันอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพแล้ว จงอย่าคิดว่าเราด้อยกว่าคนอื่น และจงลงมือทำด้วย 2 มือของเราอย่างตั้งใจ และสักวันความฝันจะกลายเป็นความจริงแน่นอน”

ฉะนั้นอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าชีวิตเราแย่ มันอาจเป็นจุดเปลี่ยนชีวิต ที่ทำให้เจอสิ่งใหม่ที่ดีกว่า ชีวิตนักฟุตบอลก็เช่นกัน

 

Comments are closed.