breaking news

นิติพงษ์ เสลานนท์ : ฟูลแบ็กปิดทองหลังพระ “วินัยชนะทุกสิ่ง”

May 24th, 2020 | by Admin
นิติพงษ์ เสลานนท์ : ฟูลแบ็กปิดทองหลังพระ “วินัยชนะทุกสิ่ง”
News
0

ขึ้นชื่อว่าเป็น “ผู้ปิดทองหลังพระ” ในโลกลูกหนัง อาจไม่ได้รับคำชื่นชมจากคนภายนอกเท่าแข้งรายอื่น แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านักฟุตบอลประเภทนี้มีความสำคัญกับสโมสรเป็นอย่างมาก ซึ่งทัพ “สิงห์เจ้าท่า” มีนักเตะลักษณะนี้หลายคน หนึ่งในนั้นคือ “นนท์” นิติพงษ์ เสลานนท์

“ผมเริ่มเล่นฟุตบอลตอน 5 ขวบ ตอนนั้นก็เตะเล่นตามเพื่อนๆ ไม่ได้คิดว่าจะต้องเป็นนักบอลอาชีพ แต่ไปๆ มาๆ เริ่มติดลม และรู้สึกว่ากีฬาชนิดนี้ คือสิ่งที่ใช่ จึงอยากเริ่มจริงจัง” นิติพงษ์ กล่าว

“นนท์” ในวัยประมาณ 9 ขวบ เริ่มหาโรงเรียนฟุตบอลที่บ้านเกิด เพื่อซ้อมอย่างจริงจัง และเพื่อหวังพัฒนาฝีเท้าให้ดีขึ้น ให้หลังอีก 3 ปี เขาได้เข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมที่เด่นด้านกีฬาลูกหนังเพื่อไปบ่มเพาะฝีเท้า กระทั่งได้ไปอยู่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ซึ่ง “นิติพงษ์” ก็ผ่านประสบการณ์แข่งฟุตบอลเยาวชนในประเทศมาแล้วแทบทุกรายการ จนมีฝีเท้าที่แกร่งขึ้นตามที่หวัง หลังจากนั้นก็ได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ โดยเริ่มออกสตาร์ทเป็นแนวรุกริมเส้น…

“ตั้งแต่ตอนเด็กก็เล่นตำแหน่งปีกซ้าย-ขวา มาตลอด เพราะโค้ชอาจมองว่าผมตัวเล็ก มีความเร็วและคล่องตัวกว่าคนอื่น จริงๆ ผมก็ชอบตำแหน่งนี้นะ”

ตั้งแต่เริ่มเล่นฟุตบอลแม้เขาจะเล่นมาหลายตำแหน่ง ทั้ง ปีกขวา ปีกซ้าย กองกลาง วิงแบ็ก แต่… เขาไม่เคยเล่น “แบ็กขวา”เลยสักครั้ง ซึ่งปฐมบทของการเป็นผู้ปิดทองหลังพระของทัพ “สิงห์เจ้าท่า” ก็เกิดจากการเปลี่ยนตำแหน่งจากแนวรุกริมเส้นสู่แบ็กขวา

“ตอนที่ผมย้ายมาอยู่กับการท่าเรือ เมื่อปี 2015 ช่วงแรกก็เล่นตัวรุกริมเส้นเหมือนที่ผ่านๆ มา ซึ่งในตอนนั้นก็ยังมีรุ่นพี่หลายคนเล่นในตำแหน่งเดียวกัน ด้วยความที่ตอนนั้นผมก็ยังเด็ก และมีความรู้สึกท้าทายอยากลองทำอะไรใหม่ๆ เลยขอโอกาสลองย้ายมาเล่นในตำแหน่งที่ไม่เคยเล่นมาก่อน คือตำแหน่งแบ็กขวา โดยช่วงปรีซีซั่น ปี 2016 ผมลองเข้าไปคุยกับโค้ชวาดะ (มาซาฮิโระ วาดะ) ซึ่งตอนนั้นเป็นเฮดโค้ชอยู่ ว่าขอเล่นแบ็กขวาได้ไหม เพราะผมเชื่อว่าตัวเองเล่นได้ และในปีนั้นตำแหน่งนี้การแข่งขันก็ยังไม่สูงมากนัก การได้เล่นเป็นตัวจริงสำหรับนักฟุตบอลทุกคนคือโอกาสที่จะได้พัฒนาและพิสูจน์ตัวเอง นี่จึงเป็นที่มาของการเปลี่ยนตำแหน่งของผมในทีม”

แน่นอนว่าการเล่นฟูลแบ็ก สิ่งหนึ่งที่ต้องมีคือ “พละกำลัง” ซึ่งข้อนี้ทำให้ “นนท์” เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองอีกครั้ง ด้วยการฝึกซ้อมและเวทเทรนนิ่งเพิ่มมากขึ้น นั่นคือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ “นิติพงษ์ เสลานนท์” กลายเป็นนักฟุตบอลที่มีวินัยดีที่สุดคนหนึ่งของทีม โดยปกติช่วงเปิดฤดูกาล หากมีซ้อมช่วงเย็น เขามักจะไปเข้ายิมก่อน โดยขอโปรแกรมจากโค้ชฟิตเนส เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาร่างกายให้มีความแข็งแรงเพิ่มเติม

“หลังจากที่ผมเปลี่ยนมาเล่นแบ็กขวา ผมค่อนข้างให้ความสำคัญกับการมีวินัยในการเล่นฟิตเนส และการซ้อมให้ได้ตามโปรแกรมที่วางไว้ แรกๆ มันเหมือนจะฝืนตนเองจนทนไม่ไหว แต่พอทำไปทำมาก็กลายเป็นเรื่องปกติที่ต้องทำทุกวันไปแล้ว” แข้งวัย 26 ปี เผย

นอกจากวินัยในการฝึกซ้อมแล้ว เรื่องอาหารการกินและการใช้ชีวิต ก็ยังคงมีวินัยไม่แพ้กัน เขาเป็นนักเตะคนหนึ่งที่ไม่นิยมเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ โดยเวลาว่างถ้าเขาไม่ไปนั่งเล่นที่ร้านกาแฟ ก็มักจะไปฟิตเนต นี่คือส่วนหนึ่งที่ทำให้เขา…

เพียง 2 ฤดูกาล… นิติพงษ์ กลายเป็นแข้งที่ลงเล่นมากที่สุดให้กับสโมสรฯ ในฤดูกาล 2017
เพียง 2 ฤดูกาล… นิติพงษ์ กลายเป็นแบ็กขวาตัวหลักที่ทีมขาดไม่ได้ จนกระทั่งปัจจุบัน

จากวันนั้นสู่วันนี้เกือบ 6 ปี ที่แข้งรายนี้อยู่กับการท่าเรือ เอฟ.ซี. ในยุค “มาดามแป้ง” เขาผ่านประสบการณ์แทบทุกอย่างกับ ทัพ “สิงห์เจ้าท่า” ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เป็นความประทับใจของ “นนท์” กับ สโมสรแห่งนี้คือ “แฟนบอล”

“แฟนบอลที่นี่คือแฟนบอลที่เต็มไปด้วยความรักต่อทีม ทุกคนเป็นเหมือนครอบครัว คอยสนับสนุน และเคียงข้างกันด้วยใจ ไม่ได้เชียร์ตามกระแส บางครั้งก็อาจจะออกแนวฮาร์ดคออยู่บ้าง มีเสียงติ เสียงว่า เวลาที่ทีมเล่นไม่ดี ผมรับได้นะ เพราะมันเหมือนกับการติเพื่อก่อ และผมว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเราแข็งแกร่งกว่าเดิม”

“ทุกครั้งที่การท่าเรือฯ ไปเล่นในฐานะทีมเยือน โดยเฉพาะถ้าแข่งในโซนกรุงเทพฯ และปริมณฑล กองเชียร์ที่ตามไปในทุกๆสนามค่อนข้างเยอะมาก ไม่แพ้ทีมเหย้า ทำให้รู้สึกเหมือนเราเล่นในบ้านตลอด” ฟูลแบ็กวัย 26 ปี เผย

“นอกจากนี้ ต้องขอบคุณ มาดามแป้ง ประธานสโมสรฯ ที่ใส่ใจและคอยดูแลสนับสนุนทุกๆ คนในทีม ทั้งเรื่องในสนามและนอกสนาม ไม่ใช่แค่ผม แค่นักกีฬา สต๊าฟโค้ช และทีมงาน แต่ยังรวมถึงแฟนบอลของทีมอีกด้วย ผมและคนในทีมสัญญาว่าจะตอบแทนโอกาสที่ได้อยู่ร่วมทีมนี้ ด้วยการตั้งใจทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด และจะพยายามทำตามเป้าหมายของทีมที่ทุกคนหวังไว้ คือการคว้าแชมป์ไทยลีกให้ได้สักครั้ง” นิติพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

จงพร้อมรับกับทุกการเปลี่ยนแปลง เพราะการเปลี่ยนแปลงในบางครั้ง อาจเป็นการพลิกชีวิตจากมืดแปดด้านจนเห็นแสงสว่างที่ปลายทางก็เป็นได้…

 

Comments are closed.