breaking news

บดินทร์ ผาลา : จากฟุตซอลถึงฟุตบอลบนถิ่นคลองเตย

May 3rd, 2020 | by Admin
บดินทร์ ผาลา : จากฟุตซอลถึงฟุตบอลบนถิ่นคลองเตย
News
0

หากจะพูดถึงชื่อแนวรุกทัพ “สิงห์เจ้าท่า” สัญชาติไทย ที่แฟนๆ นึกถึงอันดับต้นๆ เพราะโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในรอบขวบปีที่ผ่านมาคงหนีไม่พ้น “โดม” บดินทร์ ผาลา แข้งตัวจี๊ดที่บ้านเกิดไม่ชอบกีฬา สู่ดาวเด่นของทีมสิงห์เจ้าท่าและทีมชาติไทย

“บ้านเกิดผมอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานีครับ จริงๆ แล้วที่บ้านไม่มีใครชอบกีฬาเลยสักคน แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงผ่าเหล่ามาชอบฟุตบอล และเริ่มเล่นกีฬาชนิดนี้มาตั้งแต่เด็ก” บดินทร์ เริ่มกล่าวถึงความรู้สึกกับฟุตบอลในวัยเยาว์

บดินทร์ เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่พ่อแม่สนับสนุนทุกอย่างที่เขาอยากทำ หากเป็นสิ่งที่สุจริต ไม่ผิดกฎหมาย

“ด้วยความที่พ่อแม่สนับสนุนผมทุกอย่าง ทำให้ผมได้ทำในสิ่งที่รักตั้งแต่เด็ก ผมเริ่มเล่นฟุตบอลควบคู่กับฟุตซอลมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ชั้นประถม แต่เริ่มมาจริงจังในช่วงเข้ามัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนเบญจะมะมหาราช ในบ้านเกิด”

และการเป็นแข้งโต๊ะเล็ก-โต๊ะใหญ่ของเขาก็เริ่มตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา “โดม” ซ้อมฟุตบอลและฟุตซอลอย่างหนัก เขาเป็นนักกีฬารับใช้โรงเรียนที่พร้อมลงแข่งตลอดหากมีโอกาส เพราะ บดินทร์ เป็นคนที่อยากพัฒนาฝีเท้าให้ดีขึ้นเสมอ

“พื้นฐานชีวิตมนุษย์คงไม่มีใครอยากถอยหลัง ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมีคือ ผมไม่เคยกดดันตนเอง ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป กระทั่งผมอยู่ชั้น ม.5 โรงเรียนวัดสุทธิวรารามเปิดคัดนักฟุตบอล ด้วยความอิ่มตัว อยากหาความท้าทายใหม่ ผมจึงหอบข้าวของลองไปคัด กระทั่งคัดผ่านได้สำเร็จ” บดินทร์ กล่าว

จากนั้นเส้นทางชีวิตของ บดินทร์ เหมือนจะไปได้ดีกับฟุตซอลมากกว่าฟุตบอล เพราะเจ้าตัวเป็นหนึ่งในแข้งคนสำคัญของโรงเรียนที่จะขาดไม่ได้เลย แต่ด้วยฝีเท้าที่ไปสะดุดตาแมวมองสตาฟฟ์ทีมฟุตซอลสโมสรการท่าเรือ เมื่อราว 10 ปีที่แล้ว ทำให้เขาได้ย้ายไปสวมเสื้อในฐานะแข้งโต๊ะเล็กให้กับการท่าเรือ

แข้งวัย 26 ปี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ความรู้สึกที่ได้ย้ายไปร่วมทีมฟุตซอลการท่าเรือที่จำได้จนถึงทุกวันนี้คือ “ดีใจมาก” เพราะการท่าเรือ คือทีมใหญ่ ที่มีนักฟุตซอลระดับทีมชาติสังกัดอยู่หลายคน แต่ด้วยฝีเท้าและประสบการณ์ที่ยังไม่มากพอ ผมจึงยังไม่ใช่ตัวหลักของทีมในตอนนั้น”

และด้วยช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของ บดินทร์ ในวัย 18 ปี ณ ขณะนั้น เขาจำเป็นต้องเลือกว่าจะเรียน หรือเล่นกีฬาต่อ และสุดท้ายเขาเลือกเรียนต่อในระดับปริญญาตรี

“ตอนแรกผมเลือกเรียน และกะเลิกเล่นไปเลยเพราะส่วนหนึ่งที่บ้านผมก็อยากให้เรียนให้จบ และอีกส่วนคือเรื่องรายซึ่งในสมัยนั้นอาจจะไม่มากนัก แต่ด้วยความรักที่มีต่อฟุตบอลและฟุตซอลผมจึงหาทีมคัดอยู่ตลอดเมื่อมีโอกาส กระทั่งทำสำเร็จในปี 2014”

และด้วยจังหวะชีวิต ทำให้เขากลับมาเป็นนักกีฬาของสโมสรการท่าเรือ เอฟ.ซี. อีกครั้ง พร้อมสวมหมายเลข 10 แต่ครั้งนี้ “โดม” กลับมาในฐานะนักฟุตบอลด้วยฝีเท้าที่พัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดดไม่ว่าจะเป็นความเร็ว ทักษะการเอาตัวรอด การเลี้ยงกินตัว และความสามารถเฉพาะตัวที่ครบเครื่อง

“จริงๆ ตั้งแต่ผมเริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพ ผมก็เอาทักษะหรือแนวคิดต่างๆ ของฟุตซอลมาใช้ ตอนแรกมันอาจดูแปลกๆ เพราะแน่นอนว่าฟุตบอลกับฟุตซอลมันต่างกัน แต่ตอนนี้ด้วยอายุ ประสบการณ์ และการลองผิดลองถูกในการนำเอาแนวคิดด้านฟุตซอลมาใช้กับฟุตบอลมันเริ่มสุกงอม เริ่มรู้ว่าจังหวะไหนควรจะเลี้ยง ใช้ทักษะเฉพาะตัว คลึงบอล หรือใช้ศาสตร์จากฟุตซอล มันเลยเป็นส่วนหนึ่งที่อาจทำให้เราโดดเด่นกว่านักบอลคนอื่นในบางจุด”

“และนอกจากการใช้ทักษะจากฟุตซอลกับฟุตบอลสนามใหญ่จนทำให้ฟอร์มของผมพัฒนาขึ้นตามลำดับแล้ว อีกสิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยคือ ความตั้งใจในการซ้อม เพราะโอกาสที่จะได้ลงตัวจริงของนักฟุตบอลส่วนใหญ่จะต้องซ้อมให้ดี โค้ชถึงจะกล้าส่งเราลงเป็น 11 ตัวจริง หากไม่ทำงานของตนเองให้หนักระหว่างช่วงซ้อม โอกาสลงเป็นตัวจริงคงริบหรี่ จริงๆ แล้วก็ต้องขอบคุณตนเองที่เป็นส่วนหนึ่งจนทำให้มีวันนี้” บดินทร์ ผาลา เผย

นอกจากนี้แข้งเบอร์ 10 ทัพ “สิงห์เจ้าท่า” ยังกล่าวให้กำลังใจกับแข้งหน้าใหม่อีกว่า “อย่างตัวพี่ก็ไปคัดเป็นนักฟุตบอลอาชีพมาหลายที่ ผิดหวังมานับไม่ถ้วน หากใครเป็นแบบพี่ในอดีต อย่าเพิ่งท้อครับ เพราะถ้าเราตั้งใจจริง สักวันต้องเป็นวันของเรา ขอให้น้องทุกคน สู้ๆ ครับ”

 

Comments are closed.