breaking news

ปรัชญา เกตุทิพย์ : จากแข้งยอดเยี่ยมเยาวชน…สู่ฝันสิงห์เจ้าท่า

May 1st, 2020 | by Admin
ปรัชญา เกตุทิพย์ : จากแข้งยอดเยี่ยมเยาวชน…สู่ฝันสิงห์เจ้าท่า
News
0

การจะทำสิ่งใดก็ตาม ทุกอย่างล้วนมีเป้าหมายเสมอ เช่นกันกับการเล่นฟุตบอลอาชีพของนักเตะเยาวชน สิ่งแรกที่หลายคนมักวาดฝันไว้คือการได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพกับทีมที่ตนเองรัก ซึ่ง “บาโล” ปรัชญา เกตุทิพย์ คือหนึ่งในแข้งที่กำลังทำฝันนั้นให้เป็นจริง

“ตอนผมเด็กๆ ผมตามไปดูพ่อแข่งหรือซ้อมบอลทุกครั้ง ตั้งแต่ 4 ขวบ ตอนนั้นผมยังไม่ค่อยหลงใหลกับฟุตบอลเท่าไหร่ แต่ก็ไม่เคยเบื่อนะ เวลาเห็นพ่อเล่นฟุตบอล แต่หลังจากนั้นไม่นาน พ่อก็เริ่มส่งเสริมให้ผมเล่นฟุตบอลมากขึ้น จนเริ่มผูกพันและหลงใหลฟุตบอลไปโดยปริยาย” บาโล เริ่มกล่าวถึงจุดเริ่มต้นของเขากับฟุตบอล

ปรัชญา เกตุทิพย์ เด็กหนุ่มจากจังหวัดพิจิตร เริ่มเล่นฟุตบอลกับชมรมฟุตบอลแห่งหนึ่งในบ้านเกิด เขาพยายามเดินสายแข่งตามปฏิทินที่มี เพื่อสร้างประสบการณ์บนโลกลูกหนังให้ได้มากที่สุด และด้วยความรักหมดใจกับกีฬาฟุตบอลทำให้เขาซ้อมอย่างหนัก จนฝีเท้าไปเข้าตาโรงเรียนชลราษฎรอำรุง หนึ่งในสถานบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงด้านฟุตบอลเยาวชนที่สุดโรงเรียนหนึ่งในไทย

“มีผู้ใหญ่ชวนผมไปคัดที่โรงเรียนชลราษฎรอำรุง ซึ่งที่นี่แหละทำให้ผมได้พัฒนาตนเองอย่างก้าวกระโดด จริงๆ แล้ว แต่ก่อนผมไม่ได้เล่นปีกซ้ายเหมือนปัจจุบันเพราะผมเล่นมิดฟิลด์ตัวรุก เน้นสร้างสรรค์โอกาสด้วยการจ่ายบอลทะลุช่องให้เพื่อนเป็นหลัก” ปรัชญา กล่าว

จากนั้นสตาฟฟ์โค้ชของโรงเรียน เริ่มเห็นแววว่ามีความเร็ว ทักษะดี เลี้ยงบอลเก่ง จึงลองโยกให้ไปเล่นตำแหน่งปีกซ้ายและปีกขวา

ปรัชญา เล่าถึงเรื่องนี้ว่า “ใช่ครับ ผมถูกจับมาเล่นตำแหน่งตัวรุกริมเส้น เพราะโค้ชสิทธิรักษ์ ว่องไว เห็นแววในตัวผมว่าตำแหน่งนี้น่าจะเหมาะกว่า ซึ่งการตัดสินใจในครั้งนั้นมันเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผมมีวันนี้เลยก็ว่าได้ เพราะผมรู้สึกว่าตำแหน่งนี้มันใช่ที่สุดแล้ว… แต่ถ้าให้เล่นกองกลางตัวรุกก็พร้อมนะครับ (ฮ่าๆ)”

ช่วงมัธยมศึกษาตอนปลายมีโอกาสได้ย้ายมาเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญ เพราะฟุตบอล และมีโอกาสได้ลงเล่นในรายการ “จตุรมิตร ปี 2017” ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “บาโล” ซึ่งไม่ใช่ชื่อเล่นจริงๆ ของเขา แต่ได้มาจากความเกรียนของเขาเอง

“ความจริงแล้ว ผมชื่อเล่นว่า อาร์ม แต่ด้วยความเกรียน ชอบแกล้ง ชอบอำเพื่อนร่วมทีมตั้งแต่เด็ก ประกอบกับในทีม ตอนนั้นมีคนชื่ออาร์ม 3 คน เพื่อนเลยเรียกว่า บาโล ซึ่งย่อมาจาก มาริโอ บาโลเตลี่ นักเตะที่ทุกคนรู้ว่าเขาเกรียนแค่ไหน (ฮ่าๆ)”

ปี 2017 ถือเป็นปีทองของ “บาโล” เพราะมีโอกาสได้ติดธงไตรรงค์บนเสื้อฟุตบอลอีกด้วย

แข้งวัย 20 ปี เล่าว่า “ตอนที่ผมรู้ตัวว่ามีชื่อติดทีมชาติไทย ผมรีบโทรหาพ่อกับแม่ทันทีเลย เพราะถ้าไม่มีท่าน ก็ไม่มีผมในวันนี้ พ่อและแม่ไม่เคยปิดกั้นความคิดหรือการกระทำใดๆ ในโลกฟุตบอล แถมยังสนับสนุนผมมาตลอด”

และอีกสิ่งที่เขาดีใจมากที่สุดคงหนีไม่พ้นการได้มาเป็นแข้งการท่าเรือ เอฟ.ซี. บี ด้วยผลงานที่ชนะใจสตาฟฟ์โค้ช “สิงห์เจ้าท่า” จากความพยายามของเขาเอง

“จริงๆ แล้วในศึกจตุรมิตรฯ คือใบเบิกทางชั้นดีที่ทำให้ผมได้มาเป็นนักเตะสโมสรการท่าเรือ เอฟ.ซี. ด้วยผลงานแชมป์และการได้รับรางวัลแข้งทีมยอดเยี่ยม เมื่อปี 2017 ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าผมไม่มีความตั้งใจ”

จากนี้ความฝันต่อไปของ “บาโล” คงหนีไม่พ้นการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เพราะเจ้าตัวตัดสินใจเลือกให้ฟุตบอลเป็นสิ่งนำชีวิตไปแล้ว…

“ผมฝันอยากเล่นให้สโมสรการท่าเรือ เอฟ.ซี. ชุดใหญ่ ที่ผ่านมาก็ได้มีโอกาสลองขึ้นไปซ้อมกับพี่ๆ บ้างแล้ว ซึ่งผมปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มันคือประสบการณ์อันล้ำค่าที่ไม่มีสิ่งใดซื้อได้ ยิ่งไปกว่านั้น โรเชล่า กัปตันทีมชุดใหญ่ ช่วยแนะนำผมตลอดว่า เราควรทำอะไรเพื่อจะพัฒนาสู่การเล่นชุดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นความพยายาม รวมถึงการดูแลตนเองทั้งในและนอกสนาม”

นอกจากนี้ “บาโล” ยังไม่ลืมที่จะฝากแง่คิดให้รุ่นน้องที่มีฝันอยากเป็นนักฟุตบอลว่า

“ขอให้น้องๆ ทุกคนตั้งใจ การมีพรสวรรค์อย่างเดียวบางทีมันอาจไม่พอ เพราะมันต้องควบคู่กับพรแสวงไปด้วย… ถ้าจะท้อ ท้อได้ แต่ห้ามถอยเด็ดขาด เพราะสิ่งนี้คืออุปสรรคสำคัญที่ทำให้นักฟุตบอลเยาวชนต้องหันหลังให้วงการฟุตบอลไปไม่รู้เท่าไรทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เป็นนักเตะอาชีพ” บาโล กล่าวทิ้งท้าย

 

Comments are closed.