breaking news

ทศพล ลาเทศ เด็กบ้านนอก ที่เดินตามความฝัน สู่กัปตันท่าเรือ

November 10th, 2017 | by admin
ทศพล ลาเทศ เด็กบ้านนอก ที่เดินตามความฝัน สู่กัปตันท่าเรือ
News
0

“เค” ทศพล ลาเทศ ปราการหลังที่สาวกสิงห์เจ้าคงรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เคอาศัยและเติบโตที่จ.ราชบุรี ชื่นชอบการเล่นฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ ตอนเด็กมีความฝันว่าโตขึ้นจะต้องเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ได้ รู้เพียงแต่ว่าจะต้องเข้ากรุงเทพเพื่อมาเป็นนักฟุตบอล แต่ไม่เคยรู้ว่ากรุงเทพเป็นอย่างไร ต้องเริ่มจากตรงไหนถ้าอยากเป็นนักฟุตบอล ติดตามฟังเรื่องราวของเจ้าเค ก่อนกลายมาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ จนวันที่ก้าวมารับบทกัปตันสิงห์เจ้าท่า ทีมตำนานแห่งวงการฟุตบอล

“หลังผมจบมัธยมฯ ผมก็ลองหาวิธีที่จะเข้ากรุงเทพเพื่อมาเป็นนักฟุตบอล เอาๆ จริงผมไม่เคยมากรุงเทพสักครั้ง ผมไม่รู้หรอกว่าคนกรุงเทพเค้าเป็นยังไง ใช้ชีวิตความอยู่ยังไง ผมเห็นนักฟุตบอลดังๆ เค้าเข้ามาเล่นในกรุงเทพกัน ผมก็เลยอยากมาบ้าง ผมโชคดีที่ได้รับการช่วยเหลือจากพี่เดชา นุชพุ่ม พี่เค้าป็นพนักงานการท่าเรือฯ เค้าพาเข้ากรุงเทพและพามาคัดตัว จนได้เข้ามาอยู่ในทีมการท่าเรือ เอฟซี ในยุคของโค้ชเตี้ย สะสม พบประเสริฐ เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ตอนนั้นพบอายุ 20 ปี ถือว่าเด็กที่สุดในทีม ด้วยความที่ผมอาจจะดูเป็นเด็กบ้านนอก พี่ในทีมทั้งนักฟุตบอลและสต๊าฟ จึงดูแลผมเป็นอย่างดี โดยเฉพาะพี่ตั้งและพี่เจี๊ยบสต๊าฟทีม ผมกินนอนอยู่ที่แคมป์ตลอด พี่เค้าก็จะคอยเป็นธุระเรื่องต่างๆ และคอยช่วยเหลือผม รวมถึงพี่จุกที่ตอนนี้กลายมาเป็นผู้ช่วยโค้ช ตอนนั้นพี่เค้าเป็นกัปตัน และเล่นในตำแหน่งเดียวกับผม พี่เค้าจะคอยสอนและคอยดูแลทุกคนๆ ในทีม รวมถึงเป็นล่ามให้ผมด้วย เพราะนักเตะและผู้รักษาประตูที่อยู่ตำแหน่งใกล้ผมเค้าเป็นคนต่างชาติ ผมเลยใช้แต่ภาษามือ คุยกับเค้าไม่รู้เรื่อง ถ้าไม่ได้พี่จุกผมก็แย่เหมือนกัน (555)

ผมอยู่กับการท่าเรือ 3 ปี ก่อนจะย้ายไปเล่นที่เมืองทอง ช่วงติดทีมชาติชุดโอลิมปิก แต่ผมก็ได้กลับมาเล่นท่าเรืออีกครั้ง ด้วยสัญญายืมตัว 1 ปี ในยุคโค้ชโอ่ง ดุสิต เฉลิมแสน ช่วงเล่นดิวิชั่น 1 ก่อนจะพาการท่าเรือกลับสู่ไทยลีกได้ภายในหนึ่งปี หลังจากนั้นผมก็ต้องกลับไปเล่นให้ต้นสังกัดอย่างเมืองทองอีกครั้ง

การกลับมาการท่าเรือในยุคมาดามแป้งครั้งนี้ ถือเป็นโชคดีของผมที่ได้รับโอกาสให้มาช่วยทีม ในช่วงเลคสองเมื่อปี 2559 ซึ่งตอนนั้นการท่าเรือลงมาเล่นในดิวิชั่น1 แต่ก็กลับขึ้นสู่ไทยลีกได้ในปีเดียวเช่นกัน ผมรู้สึกเหมือนย้อนอดีตกลับไปอีกครั้ง ผมผูกพันกับทีมนี้ ผมว่ามันเหมือนบ้านของผมไปแล้ว

ถ้าถามผมว่าอะไรความแตกต่างของการท่าเรือในยุคก่อนกับปัจจุบัน ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องของเงินทุนที่เข้าสนับสนุนทีม หลังคุณแป้งเข้ามาทำทีม ด้วยความที่ทีมมีเงินสนับสนุนมากขึ้น ทำให้เรามีนักเตะเก่งๆ และมีนักเตะที่มีชื่อเสียงมาอยู่กับทีม มันเหมือนเป็นโอกาสที่เราต้องพิสูจน์และพัฒนาตัวเองให้มากขึ้น เพื่อให้ดีพอที่จะยึดตำแหน่งในทีมให้ได้

การสวมปลอกแขนกัปตันในนัดที่เราเจอซุปเปอร์พาวเวอร์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นับเป็นครั้งแรกในชีวิตนักฟุตบอลของผมที่ได้รับเกียรติให้เป็นกัปตัน แม้ผมจะไม่รู้เหตุผลที่เค้าเลือกผม ผมรู้แต่ว่าเราต้องทำให้ดีที่สุดให้สมกับที่ทุกคนไว้ใจให้มารับตำแหน่งนี้ และแม้นัดต่อไปผมไม่ได้เป็นกัปตัน ผมก็จะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุดเพื่อให้สมกับโอกาสที่ได้มาเล่นให้กับทีมระดับตำนานอย่าง การท่าเรือ เอฟซี

วันเสาร์นี้ถือเป็นนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่จะได้ลงเล่นในบ้าน ผมอยากให้แฟนบอลทุกคนมาให้กำลังใจทีมกันเยอะๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังนักสู้ชาวแสดน้ำเงิน แล้วพบกันนะครับ”

#PortFC #WeAreTheLegend #Tossapol

 

Share...Share on FacebookTweet about this on TwitterShare on Google+Pin on PinterestEmail this to someonePrint this page

Comments are closed.